ย้ายที่อยู่ใหม่แล้วค่ะ

8 04 2008

เพื่อนๆที่เคยติดตามอ่าน My First experience in America ตามไปเจอกันได้ที่
http://www.thaiinamerica.com
มีโพสใหม่ๆให้อ่านกันค่ะ





Blog นี้ย้ายที่อยู่ใหม่แล้วค่ะ

7 04 2008

สวัสดีค่ะ เพื่อนที่ติดตามอ่าน My first experience in America
ตอนนี้Blog ย้ายที่อยู่แล้วค่ะ เนื้อหาเก่ายังอยู่แต่มีโพสข้อมูลใหม่ๆให้อ่านกัน
New Home www.thaiinamerica.com





ข้อมูลการท่องเที่ยวซานฟรานซิสโก Travel in San Francisco

20 11 2007

Blog ย้ายที่อยู่ไปที่ www.thaiinamerica.com โพสเก่าๆเหมือนเดิมแต่มีโพสใหม่ให้อ่านทุกวันค่ะ

Dear Khun Bang -orn

Thanks so much for visited my blog ka

Refering to your questions ka

1. If you is referring to the http://www.granthotel.net then it looks
like a good place, but you have to walk up or down some hills to get to

Union Square and maybe through some areas with bad people.

2. If you wants to be near Union Square then I think the Pickwick
http://www.thepickwickhotel.com would be good. If she wants to save
some money then maybe one of these South of Market hotels
http://www.sftravel.com/htlsoma.html , but there are some areas of bad
people near there.

3. Here are some price comparisons for the City Pass ticket which is
for one week
http://www.citypass.com/price/sanfrancisco.html?id=YaJBoxIN. An All-Day

Passport for the cable car is $11 so you have to ride it more 3 times
because each trip normally cost $5.  I don’t think there are day passes

for the bus, but it is better to buy the paper tickets so you do not
have to carry money in your hand which bad people will try to take.you can get paper ticket at ticket booth near cable car ka

4. No, 2 days is not much time to see S.F. maybe about 4 or 5 day but not everythings you can see

I think you don’t have to take tour, you can traveling around by your self <should buy SF map>.Public transportation in SF.is pritty good and all place not far from each other.You can walk and take bus,train or cable car quite easy.

Hope this find you well  and have a good time in San Francisco ka

Plew,

สวัสดีคะ คุณ plew

ดิฉันได้อ่านบทความต่าง ๆ ของคุณ Plew ได้รับความรู้มากมาย  เผอิญลูกและเพือน ๆ ของลูกจะไป work&travel  ช่วงเดือนมี.ค – เม.ย. 2008  ที่  Sequoia National Park  ซึ่งจะเป็นการเดินไปอเมริกาเป็นครั้งแรกของทุกคน  และหลังจากนั้นจะเดินทางท่องเที่ยวที่ San Fransicco  และ  Los Angeles  ต่อ  จึงอยากจะรบรกวนคุณ Plew  ขอทราบข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ  Sam Francisco  ดังนี้คะ

1.จะพักที่  GRANT HOTEL  ทราบว่าเจ้าของเป้นคนไทย  พออยู่ได้ไหมคะ หมายถึงสะดวก  ปลอดภัย 

2.คุณ Plew  พอจะแนะนำที่พักแห่งอื่นที่มีราคาย่อมเยาว์  สะดวกและปลอดภัยไหมคะ 

3.การท่องเที่ยวใน San Fransicco  ใช้รถเมล์ รถราง เดินทางเองสะดวกไหมคะ  ต้องการเที่ยว  Alcatraz, pier 39, Goden Gate, Lombard St.  เป็นต้น  หรือว่าควรซื้อทัวร์ดีคะ

4.การซื้อตั๋วรถ Bus และ Cable Car  ควรซื้อเป็นตั๋ว one day pass  ดีกว่าใช่ไหมคะ

5.เที่ยว San Fransicco ใช้เวลา  2  วันพอไหมคะ  หมายถึงสบาย ๆ ไม่รีบเร่งคะ

ขอขอบคุณ คุณ Plew ล่วงหน้าคะ  บังอร





ทำงานเสริฟในร้านอาหารไทยในอเมริกา

27 10 2007

ตอนนี้ Blog ย้ายที่อยู่ใหม่แล้วค่ะ ที่ WWW.thaiinamerica.com โพสเดิมยังอยู่ และมีโพสใหม่ๆให้อ่านค่ะ

 

นักศึกษาส่วนที่ไปเรียนต่อที่อเมริกาหรือคนไทยที่กะไปขุดทองที่อเมริกา  งานแรกที่คิดจะมองหาก็ไม่พ้นการทำงานในร้านอาหารไทย โยเฉพาะในกลุ่มนักเรียนซึ่งน่าจะมีทักษะในการสื่อสารภาษาอังกฤษไม่เลวร้ายนัก ก็มักคิดถึงงานเสริฟ  waiter waitress นักศึกษาหลายคนส่วนใหญ่ที่สามารถไปเรียนเมืองนอกเมืองนาได้ก็ล้วนแต่เป็นผู้มีอันจะกินทั้งนั้น  แล้วจะทำได้ม๊เนี้ย แล้วไปทำงานร้านอาหารไทยไปทำงานเสริฟเนี่ยเขาต้องทำอะไรบ้าง และควรมีทักษะอะไร บ้างละ มาฟังกันเลย

หลักๆเลยถ้าจะทำงานรับ order ภาษาอังกฤษต้องได้ ต้องฟังได้ พูดได้ แต่ถามว่าต้องเก่งภาษามากไม๊ไม่ต้องเก่งมากก็พอได้ เพราะจริงๆศัพท์มันก็วนไปวนมา แล้วเราก็ไม่ได้คุยกับลูกค้าอะไรมากมาย บางครั้งลูกค้าก็จิ้มในเมนูด้วยซ้ำว่าเอาอันนี้แหละ แต่ถ้าภาษาดีก็ได้เปรียบ ดังนั้นเตรียมฝึกภาษาไว้ก่อนเลย 

สิ่งสำคัญต่อมาความเร็ว ต้องเดินให้เร็ว เดินช้าจะถูกเพื่อนร่วมงานจิกกัด หาว่าเราขี้เกียจ ไม่คล่อง บางทีคนก็โครตน้อยแต่ก็ต้องทำเดินเร็วตลอดเวลา กึ่งเดินกึ่งวิ่งนี่จะดีมาก คือยุ่งไม่ยุ่งก็เดินให้เร็ว อันนี้เจอมากับตัวเอง ไปทำเราก็เดินปกติ แบบไม่ได้เดินช้าอะไรเลย บางทีลูกค้าก็ไม่มีก็ต้องทำเป็นเดินเร็วอยู่ดี  เอ้าเวอร์ๆเข้าไปก่อนแล้วกันไม่งั้นอาจโดนเพื่อนร่วมงานแอบฟ้องนายได้ว่าเดินช้า

 

ต้องแบกจานได้ทีละเยอะๆๆๆๆ ฮ้าจริงๆมันมีวิธีซ้อนจานที่ทำให้เราเก็บจานได้ทีละมากๆ ถ้าแบกจานได้น้อยอาจโดนข้อหาทำงานไม่เป็น บางร้านใจร้ายคนเขาไม่เคยทำงานแบบนี้มาก่อนสอนก็ไม่สอน แต่บอกทำไม่ได้ ทำใจ

 

จำรายการอาหารในเมนูได้ทั้งหมด หน้าตาอาหารแบบนี้เรียกว่าอะไร รวมทั้งถ้าจำราคาได้ด้วยจะดีมาก สำคัญนะจ๊ะ

หาความรู้เกี่ยวกับเรื่องไวน์ ไวน์มีกี่แบบ รวมทั้งวิธีการเปิดขวดไวน์ การรินไวน์ รินเบียร์ รวมทั้งเรื่องเครื่องดื่มน้ำเมาทั้งหลาย เพราะหลายร้านจะมีบาร์ด้วย ดังนั้นถ้ามีความรู้เรื่องนี้จะช่วยได้มาก

 

ทักษะการสื่อสารภาษาอังกฤษทางโทรศัพท์ เพราะหลายร้านจะมีบริการส่งถึงบ้าน รับออร์เดอร์ทางโทรศัพท์ ก็ฝึกฝนตรงนี้ไว้

หลายๆร้านพนักงานทำทุกอย่างทั้งรับออร์เดอร์ เสริฟ ยก เก็บโต๊ะ เก็บตังค์ ปิดบัญชี รวมทั้งเทขยะในห้องน้ำ เช็คสต๊อก อือ คนเป็นคุณหนูก็ต้องทำใจ แต่บางร้านเขาจะแบ่งหน้าที่ชัดเจน รับออร์เดอร์และบริการลูกค้าอย่างเดียว  คนยกอาหารก็ยกเสริฟอย่างเดียว คนเก็บโต๊ะจัดโต๊ะก็ทำอย่างเดียว ถ้าร้านใหญ่ๆเขาจะทำแบบหลัง ร้านเล็กๆก็แบบแรก  55555 แล้วแต่ดวงตอนนี้งานที่อเมริกาก็หาไม่ง่าย โอกาสจะเลือกร้านดีๆคงไม่ง่ายนักยิ่งถ้าเป็นหน้าใหม่ด้วยแล้วได้ร้านไหนก็ทำไปก่อน    





หาที่พักในซานฟรานซิสโก

23 10 2007

ตอนนี้ Blog ย้ายที่อยู่ใหม่แล้วค่ะ ที่ WWW.thaiinamerica.com โพสเดิมยังอยู่ และมีโพสใหม่ๆให้อ่านค่ะ

สำหรับวันนี้เป็นเรื่องที่ไม่ต่อเนื่องจากครั้งที่แล้วแต่อย่างใด แต่มีหลายคนสอบถาม ขอคำแนะนำเกี่ยวกับเรื่องการหาที่พักในซานฟรานซิสโก จริงๆตรงนี้ตอบยาก มันขึ้นอยู่กับจังหวะว่าตรงไหนเต็มตรงไหนว่าง และทำงานหรือเรียนที่ไหน แต่ย่านที่สะดวกก็เป็นย่าน Downtown  Market street ประมาณนั้นเพราะรถเมล์เยอะ อยู่ในแหล่งช๊อปปิ้ง ร้านอาหารเยอะ พูดง่ายๆสะดวกสบาย จริงๆย่านอื่นๆอีกหลายย่านที่น่าอยู่และปลอดภัย Marina Nob hill South of Market เอาเป็นว่าสรุปย่านที่ไม่ควรไปอยู่เพราะค่อนข้างอันตรายประมาณเพื่อนบ้านและชุมชนไม่ดี ซึ่งก็มีไม่มาก เวลาหาที่พักก็ห่างย่านเหล่านี้เอาไว้ ย่านไม่ดีได้แก่  Sixth Street , สุดๆ ปลายๆ ถนน Third Street, ถนน Eddy และ Jone

ถ้าถามต่อว่าแล้วอพาตเมนส์ในซานฟรานซิสโก อันนี้หมายถึงในเมืองซานฟรานจริงๆไม่ใช่เมืองรอบๆราคาประมาณเท่าไร  บอกเลยว่าส่วนใหญ่ม่ต่ำกว่าพันเหรียญ ที่บอกว่าพันก็ห้องธรรมดา สตูดิโอ ซึ่งขึ้นอยู่กับย่านด้วย ถ้าประมาณหนึ่งห้องนอน สองห้องนอน ก็พันกว่า สองพัน สามพันกว่าขึ้นไป  ถูกๆเจ้ดร้อย แปดร้อยอาจมีแต่เป็นย่านไม่ดี น่ากลัว สกปรก อย่างที่บอก ทางเลือกให้ประหยัดก็ต้องไปแชร์กับชาวบ้านเขาอยู่ ไม่อย่างนั้นเสียค่าเช่าห้องก็บานแล้วนี่ไม่รวมค่าไฟ ค่าอื่นๆนะจ๊ะ

 

แต่ให้ง่ายในการหาที่พัก อพาตเมนท์ หรือแชร์ห้องกับชาวบ้าน เข้าเว็ปนี้ได้เลยง่ายดีในการหาที่พัก หารูมเมท รวมทั้งหาสินค้า บริการต่างๆใน San Francisco bay

craigslis San Francisco Bay Area





ของไทย ไทย อะไรที่ฮอตฮิตในอเมริกา

19 10 2007

ตอนนี้ Blog ย้ายที่อยู่ใหม่แล้วค่ะ ที่ WWW.thaiinamerica.com โพสเดิมยังอยู่ และมีโพสใหม่ๆให้อ่านค่ะ

จริงๆแล้วคนอเมริกันส่วนใหญ่รู้จักคำว่าไทย แต่ไม่ได้แปลว่ารู้จักประเทศไทย อเมริกันน่าจะเกือบร้อยเปอร์เซ็นรู้จักประเทศไทย เพราะอาหารไทย ในอเมริกามีร้านอาหารไทยมากมายและอาหารไทยเป็นอาหารที่เป็นที่นิยมเอามากๆ ฝรั่งหลายคนที่รู้จักบอกว่า อาหารไทยเป็นอาหารที่อร่อยที่สุดในโลก ฟังแล้วน่าปลื้มชะมัดต้องขอบคุณบรรพบุรุษที่คิดค้นสูตรอาหารอร่อยๆ ที่ทำให้ประเทศไทยเป็นที่รู้จักทั้งๆที่หลายๆคนไม่รู้ด้วยซ้ำว่าประเทศไทยอยู่ตรงไหน ในแผนที่โลก  อันนี้เรื่องจริง  ตัวเองตอนอยู่ที่นั่นฝรั่งจะชอบถามเรื่องอาหาร ทำต้มข่าไก่เป็นไม๊ ทำสะเต๊ะเป็นไหม  ข้าวเหนียวละทำอย่าไร หุงข้าวสวยให้มันนุ่มน่ากินมีเคล็ดลับอะไร  เวลามีปาร์ตี้ทำอาหารไทยง่ายๆไปเลี้ยงอือกินกันหมดเกลี้ยงเลย

อีกสิ่งหนึ่งที่ฮอตฮิตมากคือ นวดไทย Thai massage”  ฝรั่งที่ชอบนวดล้วนแต่ติดใจศิลปะการนวดไทยกันทั้งนั้น เนื่องจากนวดไทยนั้นจะช่วยการบำบัดอาการปวดเมื่อยได้มากกว่าการนวดแบบอื่นเช่นสวีดิชที่เน้นการผ่อนคลายคือไม่หนักหน่วงและมีการเน้นกดจุดแบบนวดไทย  น่าภูมิใจอีกเช่นกัน ไทยเรามีของดีเยอะจะตายไป

อะไรอีกน่าที่เป็นของไทยและฮิตในหมู่ฝรั่ง  อันนี้เฉพาะฝรั่งหนุ่มๆเท่านั้น ก็สาวไทยไงละจ๊ะ  จริงๆนะค่ะ ตอนนี้สาวเอเชียเป็นที่ชื่นชอบของหนุ่มๆฝรั่งจำนวนมาก สาวเอเชียที่ฮอตฮิต คือสาวญี่ปุ่น สาวเกาหลี สาวจีน และสาวไทยเรานี่แหละ  ทำไมฮิตละ ทำไมหนุ่มๆฝรั่งอยากมีแฟนเอเชียหรือมีแฟนคนไทย อันนี้เท่าที่ฟังหลายเหตุผล เช่นอ่อนหวานกว่า เอาใจเก่งกว่า ไม่มั่นใจในตัวเองจนเกินเหตุ ผิวสวยและนุ่มกว่า รูปร่างดี ไม้อวนตัวใหญ่เกินเหตุ แต่ถ้าเทียบกันแล้วระหว่างญี่ปุ่น เกาหลี จีน ไทย ไทยน่าจะฮิตกว่าเนื่องจากผิวสีแทน ฝรั่งเขาชอบผิวสีแทนจะตาย ไม่เหมือนคนไทยเอะอะอะไรขอขาวเป็นหยวกไว้ก่อนถึงจะสวย  แต่ฝรั่งคิดตรงข้ามสีแทนสวยกว่าดูสุขภาพดี ไม่ดูซีดเซียว จืดชืด และดูบอบบางอ่อนแอจนเกินไป

 

ทะเลไทยก็ฮิต หลายคนที่เจอมักถามถึงทะเลทางภาคใต้ของไทย เขาบอกเขาอ่านหนังสือทะเลไทยติดหนึ่งในสิบทะเลที่สวยที่สุดในโลก อยากมาเมืองไทยมากๆ แต่จริงๆไทยกับอเมริกาไกลกันมากๆ ดังนั้นฝรั่งจำนวนหนึ่งจึงนิยมไปฮาวายหรือคาริบเบียน มากกว่าจะมาไทยเพราะใกล้กว่ากันเยอะ

 

อะไรอีกน่าที่เมื่อฝรั่งเขาคิดถึงเมือพูดถึงประเทศไทย  ศาสนาพุทธไงค่ะ  หลายคนที่เจอพอรู้เป็นคนไทยก็ชอบถามเกี่ยวกับพุทธศาสนา คนพุทธมีความคิด ความเชื่อและแนวทางการปฏิบัติอย่างไร จุดธูปเพื่ออะไร ประมาณนั้น

 

สุดท้ายที่ฝรั่งชอบถามเกี่ยวกับประเทศไทยคือ “The King” พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รวมทั้งเกี่ยวกับราชวงศืของไทยเรา  เนื่องจากฝรั่งหลายคนทราบดีว่าพระองค์ทรงเป็นที่รัก เทิดทูนของคนไทยอย่างมาก จึงมีคำถามเกี่ยวกับพระองค์มากมาย ฝรั่งหลายคนไปทานร้านอาหารไทยก็พบว่าในร้านอาหารไทยเกือบทุกร้านจะมีรูปของพระองค์ติดอยู่บนฝาผนัง เขาก็เกิดความสนใจ

ที่เล่ามาจริงๆเป็นประโยชน์ ประโยชน์ยังไงละ สำหรับบางคนที่อาจกำลังเดินทางไปเมืองนอก จะได้เตรียมข้อมูลไปคุยไปเล่าให้ฝรั่งเขาฟังไงค่ะ ถือเป็นการช่วยประชาสัมพันธ์ประเทศไทยอีกทางหนึ่ง และทำให้ตัวคุณมีข้อมูลไปคุยกับเขา เพราะบางเรื่องที่บอกศัพท์ต่างๆที่ใช้อธิบายค่อนข้างยากมันไม่ใช่ภาษาพื้นๆ ถ้าเตรียมตัวไปก่อนจะได้คุยกันสนุกและฝรั่งเขาก็ชื่นชมคุณอีกต่างหาก ไม่ใช่ถามอะไรเกี่ยวกับเมืองไทยตอบอะไรไม่ได้ซักอย่าง คือบางทีมันรู้แต่เล่าเป็นภาษาอังกฤษไม่ได้ ที่รู้ไม่ใช่อะไรก็โนมากับตัวเองนะซิ ใบ้รับประทานเนื่องจากความอ่อนหัดทางด้านภาษานั่นเอง  





ความคิดคนไทย..ความคิดฝรั่ง

3 10 2007

ตอนนี้ Blog ย้ายที่อยู่ใหม่แล้วค่ะ ที่ WWW.thaiinamerica.com โพสเดิมยังอยู่ และมีโพสใหม่ๆให้อ่านค่ะ

คนไทยหลายคนที่ไปอเมริกาไปทำงาน รวมทั้งไปเรียน  ซึ่งจริงๆก็เพื่อนกันนี่แหละ  โปรยยาหอมให้ฟังโอ้ยอเมริกาดีกว่าเมืองไทยเยอะ คนก็ nice ไม่มานั่งดูถูกกันแบบคนไทย เช่นอยู่เมืองไทยทำงานร้านอาหารนี่ต่ำต้อยมาก แต่ถ้าเป็นอเมริกาเขาไม่มาดูถูกอาชีพอะไรก็เหมือนกัน ก็ทำงานได้เงินเหมือนกัน ทำงานร้านอาหารก็มีรถขับนะจ๊ะไม่ใช่กระจอก   แถมยังบอกทำงานร้านิอาหารไทยดีกว่าทำงานในออฟฟิตอีก เพราะได้ทิปเงินดีกว่า

 

ตกลงมันจริงไม๊ละที่ฝรั่งอเมริกันเขาคิดว่าทำงานอาชีพอะไรก็เหมือนกันนะ ทำงานเสริฟไม่ได้ต่ำต้อย เขาไม่ได้ดูถูกประมาณนั้น  อันนี้ที่คุยกับแฟนซึ่งเป็นอเมริกันและเพื่อนของเขาครอบครัว (บางอย่างเขาไม่ได้พูดตรงๆหรอกแต่ก็รู้ได้เอง)  เริ่มที่แฟนเราเองก่อนเลย เขาบอกเลยว่าถ้าคิดทำงานในร้านอาหารระยะยาวก็รับไม่ได้ ถ้าแค่เล่นๆเอาประสบการณ์ก็โอเค  เขาบอกทำไปก็ไม่ได้อะไร นอกจากทำเพราะหาประสบการณ์อยากเปิดร้าน แต่ประเภทคิดทำไปตลอดเป็นอาชีพหลักนี่สินคิด คงทนคบต่อไปไม่ได้  เหมือนคนที่ไม่อยากพัฒนาตัวเองย่ำอยู่กับที่ เพราะจริงๆรายได้จากการทำงานร้านอาหารที่คนไทยคิดว่าเยอะฝรั่งเขาไม่ได้คิดด้วยซะหน่อย  แฟนเราเองพูดหลายหนตอนทำงานที่ร้านอาหาร เพราะกลับก็ดึก เสื้อผ้าเลอะ มีกลิ่นอาหารติดตัวกลับบ้าน  เขาบอกเลิกทำเหอะเงินนิดหน่อยเสี่ยงกับการกลับบ้านดึกมีอันตรายขึ้นมามันไม่คุ้มเลย เขาจ่ายให้ก็ได้เงินที่ได้จากร้านอาหารนะ  อือนี่แค่ความคิดคนคนเดียวนะ

มาที่ความคิดที่สอง อันนี้ไม่ใช่เขาบอกตรงๆ แต่เรื่องราวมีว่า น้องสาวแฟนเราเอง (ก็ฝรั่งอีกแหละ) เขาก็มีแฟนซึ่งเป็นฝรั่งเหมือนกัน คบกันมาเกือบสิบปี ผู้ชายจริงๆก็ดีนิสัยดี (อันนี้แฟนเล่าให้ฟังอีกต่อ)  คบมานานหมั้นกันแล้ว แต่สุดท้ายน้องสาวเขาขอเลิก เพราะผู้ชายคนนี้ไม่รักดี จบปริญญาตรี คือมีการศึกษา แต่ทำงานเสริฟในร้านอาหารและไม่มีความคิดที่จะเปลี่ยนงานคิดจะยึดอาชีพเสริฟไปตลอดชีวิต ผู้หญิงคือรับไม่ได้จริงๆกับความคิด ที่เขาคิดว่า สิ้นคิด

เหตุการณ์ที่สาม เนื่องจากเรามีแฟนเป็นอเมริกันนี่แหละ เป็นเหตุให้ต้องเจอ สังคมกับทั้งเพื่อนและญาติ ก็ฝรั่งล้วนๆอยู่เสมอ มีครั้งหนึ่งน้องเขยเขาก็ถาม เพราะรู้ว่าเราทำงานร้านอาหารไทย เขาก็ถามทำงานร้านอาหารสนุกไม๊ และก็ยิ้มขำๆ  อือ…  ส่วนบางคุยกับเพื่อนเขา เขาก็บอกสมัยเรียนเขาก็เคยทำงานร้านอาหารเหมือนกัน ก็คือทำตอนยังเรียนอยู่ช่วงสั้นๆ  แต่เมื่อเรียนจบเขาก็หางานอื่นที่มันดีกว่า

 ที่เล่ามาไม่ได้จะบอกว่าทำงานร้านอาหารไทยไม่ดี เพราะจริงๆสถานการณ์ของคนไทยมันต่างจากฝรั่งการที่คนไทยจะหางานดีๆในเมืองนอกไม่ใช่ง่าย ยากเลยละ แต่เพียงอยากบอกว่า หลายคนกำลังเข้าใจผิด ว่าฝรั่งเขาคิดว่าทำอาชีพอะไรก็เหมือนกัน ไม่ใช่เลย  เพราะจริงๆคุณแทบไม่เคยได้คุยกับเขาจริงๆ เจอก็ลูกค้าในร้าน แน่นอนเพราะฝรั่งเขามีอัธยาศัย เนื่องจากเขาถือว่าการทักทาย เป็นเรื่องสำคัญ เขามาในร้านอาหารเขาก็ทักทายกับพนักงานในร้าน นั่นก็วัฒนธรรมเขา เจอกันทักทาย กลับก็บอกลา คนไทยก็เหมาเอาว่าเขาไม่ดูถูก จริงๆก็ไม่ได้ดูถูก แต่คนไทย ฝรั่งก็เหมือนกันคือมีการแบ่งแยกระดับสถานะทางสังคม อาชีพ การศึกษา รายได้เหมือนกันนั่นแหละ  ไม่ได้ต่างอะไรกันเท่าไรเลย อือแล้วมาเล่าต่อตอนต่อไป